เลี้ยงลูก

ลูกไม่หายใจ ตอนที่ 2

ภาวะหยุดหายใจของทารกที่คลอดก่อนกำหนด (Apnea of Prematurity หรือ AOP)

แค่ลูกคลอดก่อนกำหนด ตัวเล็กมาก ก็น่ากลัวแล้ว เมื่อมีอาการหยุดหายใจยิ่งน่ากลัวเข้าไปอีก ไม่ว่าจะลูกเขาลูกเราก็ไม่มีใครอยากพบสภาพนี้นะคะ อยากให้เขาแข็งแรง อารมณ์ดี กินนอน หัวเราะ ร่าเริงได้ โตวันโตคืน (โตขึ้นมาแล้วเถียงได้นี่อีกเรื่องนึงค่ะ)

หมายเหตุ หากมีคำถามขอให้ปรึกษาแพทย์ สมัยนี้การแพทย์ก้าวหน้ามาก ป้าไม่ใช่หมอนะคะ เขียนบทความนี้เพื่อแบ่งปันประสบการณ์ หวังว่าจะมีประโยชน์กับผู้ที่อาจกำลังเจอเหตุการณ์เดียวกัน ป้าเล่าเรื่องนี้ในสามตอนคือ 1. ในห้องไอซียูทารกแรกเกิด 2. อาการหยุดหายใจ และ 3. เมื่อลูกกลับมาบ้าน ป้าขอเป็นกำลังใจให้ทุกท่านผ่านช่วงนี้ไปได้ด้วยดีค่ะ

ปอด ทำหน้าที่กำจัดคาร์บอนไดออกไซด์จากเลือด และเติมออกซิเจนกลับสู่เลือด โดยทำงานร่วมกับหัวใจและอวัยวะอื่นในระบบหายใจ ทั้งตอนเราหายใจเข้าและออก

มนุษย์เราสร้างและพัฒนาการอวัยวะตั้งแต่ยังอยู่ในท้องแม่ ปอดเป็นอวัยวะสุดท้ายที่จะพัฒนาจน “เกือบ” สมบูรณ์ก่อนที่ทารกจะคลอดออกมา ป้าใช้คำว่า “เกือบ” เพราะในครรภ์แม่เขายังไม่หายใจเอาอากาศเข้าและออกทางจมูกนะคะ เขาแค่ฝึกการหายใจข้างในมดลูกซึ่งเป็นของเหลว สายสะดือคือเสมือนท่อออกซิเจน เมื่อคลอดออกมา หมอตัดสายสะดือ ก็เหมือนกดสวิตช์เริ่มหายใจอากาศจริง ๆ คือที่เขาอุแว้แรกแหละค่ะ

ช่วงเดือนสุดท้ายในครรภ์ ปอดจะมีพัฒนาการอย่างมาก ทุกวัน และนี่คือสาเหตุที่ผู้ใหญ่ควรให้ทารกเลือกวันเกิดของเขาเอง เว้นแต่มีเหตุผลทางการแพทย์ ที่ควรจะนำเขาออกมาสู่โลกภายนอก ป้าคิดว่าผู้ใหญ่อยู่ข้างนอก ไม่รู้หรอกค่ะว่าเขาพร้อมรึยัง อย่างดีที่สุดคือกะเอาโดยดูจากข้อมูลของคนอื่น ๆ ทั้งนั้น… ป้าจะโดนหมอสู หมอเด็ก หมอดู และหมออื่น ๆ ถล่มมั้ยนี่ :-)แต่ใครเห็นด้วยกับป้ามั้ยคะ ถ้าเขาจะเกิดหรือไม่ยอมเกิด ใครก็ห้ามไม่ได้แหละค่ะ

แฝดของป้าตอนคลอด คนแรกออกมาปกติดี อุแว้ หายใจ หมอและพยาบาลก็ทำหน้าที่ไปตามปกติ แต่เขามีอาการหยุดหายใจเป็นระยะ ๆ ในเวลาต่อมา แฝดคนที่สองไม่หายใจ ไม่อุแว้ ทั้งหมอและพยาบาลวิ่งกันเป็นขบวนเลยค่ะ ป้าสังเกตว่าในห้องคลอดเขาทำงานกันเป็นทีมนะคะ รวมสามทีม รับผิดชอบสามชีวิต คุณหมอทำคลอดเป็นหัวหน้าทีมค่ะ

คุณหมออธิบายง่าย ๆ ว่า เด็กพรีมี่ หรือเด็กที่คลอดก่อนกำหนดส่วนใหญ่จะหายใจไม่เป็น บางคนอวัยวะยังไม่พร้อม บางคนพร้อมแล้วแต่เขาฝึกมาไม่พอ หรือบางคนก็ฝึกมาแล้วแต่ยังไม่เก่ง การหายใจเป็นเรื่องซับซ้อน ต้องใช้อวัยวะหลายอย่างช่วยกันทำงาน และมีกิจกรรมอื่น ๆ ที่เขาจะต้องเรียนรู้และฝึกฝนด้วย ป้าขอยกตัวอย่างจากประสบการณ์นะคะ เช่นการดูดนม การเรอ การผายลม ไม่ว่าจะทำทีละอย่าง หรือทำพร้อมกันเป็น multitasking โดยไม่ลืมหายใจ ต้องฝึกหัดทั้งนั้น ก็เขายังเล็กอยู่นะคะ ลืมบ้างเป็นเรื่องปกติค่ะ

หลังกินนมทุกครั้ง ต้องให้เขาเรอ เพราะระหว่างดูดนนมเขาจะกลืนอากาศเข้าไปด้วย จึงต้องเรอเพื่อไล่อากาศออกมา เอาละซิ หายใจทางจมูก ดูดดนมและกลืนอากาศทางปาก คราวนี้จะไล่อากาศออกมา แล้วต้องหายใจต่อ เขาต้องเรียนรู้นะคะ

บางครั้งเขาดูดนมและหายใจเพลิน ๆ แต่เกิดผายลมออกมาแล้วลืมหายใจซะงั้น แบบนี้ก็เป็นไปได้ค่ะ ผู้ดูแลต้องคอยสังเกตตลอดเวลาและเตือนเขาด้วยค่ะ

ทารกปกติ บางครั้งจะหยุดหายใจเป็นระยะสั้น ๆ แต่เด็กพรีมี่จะหยุดนานเกิน 15 – 20 วินาที หรือมีระดับการเต้นของหัวใจ หรือปริมาณออกซิเจนในเลือดต่ำกว่าที่ควร เราจะสังเกตที่ปากของเขานะคะ ปากจะซีด และเริ่มเป็นสีน้ำเงิน ถ้าเห็นแบบนี้เราต้องเตือนเขาค่ะ ทำโดยแตะเบา ๆ ที่ฝ่าเท้า แขน ขา หรือที่หลัง เขาจะรู้สึกตัวและกลับมาหายใจอีกค่ะ

ทารกแรกเกิดอาจหยุดหายใจบ่อย ๆ (คุณหมอบอกป้าว่า เขาอาจจะยังนึกว่าอยู่ในท้องแม่ค่ะ) หรือเด็กอาจหายใจไม่คล่อง ไม่ชอบหายใจ ลืมบ่อย ๆ หรือเตือนแล้วก็ยังไม่ค่อยยอมหายใจ แบบนี้คุณหมอจะให้ออกซิเจนช่วย โดยอาจให้เป็นท่อบริเวณใต้จมูก หรืออาจเป็นหน้ากาก หรืออุปกรณ์อื่น ๆ ตามความเหมาะสมค่ะ

ปกติแล้ว คุณหมอจะติดสายวัดไว้ที่ตัวเขาตลอดเวลานะคะ ไม่เจ็บค่ะ เป็นสายแปะไว้บนผิวหนังที่หน้าอก เชื่อมไปที่จอมอนิเตอร์ เมื่อเขาหยุดหายใจ สัญญานจะดัง ดังมากชนิดที่ไม่ต้องกลัวไม่ได้ยินเลย พยาบาลจะมาดูและเตือนให้เขาหายใจทันทีค่ะ

ก่อนที่คุณหมอจะอนุญาตให้ป้ารับลูกกลับบ้าน เขาสอนให้ป้าสังเกตการหยุดหายใจ การดูสีที่หน้าและปากของเขา การใช้มอนิเตอร์ และการกระตุ้นเตือนให้เขาหายใจ และอื่น ๆ สารพัด

ลูกจะกลับมาบ้านพร้อมมอนิเตอร์ ถ้าเขาหยุดหายใจ สัญญานจะดังขึ้นเป็นเสียงดังมาก แต่คุณหมอสั่งนักหนา สำคัญมากกก เราจะไว้ใจแต่เครื่องไม่ได้ ต้องสังเกตเขาด้วย ถ้าเขาเงียบไปนานกว่าปกติ หรือริมฝีปากเริ่มเป็นสีน้ำเงิน แล้วขยายไปรอบปากและผิวหน้า แปลว่าเขาหยุดหายใจแล้วนะคะ เราต้องเตือนเขาทันทีโดยแตะเบา ๆ 2-3 ครั้ง ไปเรื่อย ๆ จนกว่าเขาจะกลับมาหายใจ สีผิวหน้าจะค่อย ๆ เป็นปกติ ปากจะเป็นสีชมพูตามปกติ ป้าต้องเรียน CPR ด้วยนะคะ เพื่อที่ว่าถ้าเราเตือนแล้วเขายังไม่ยอมหายใจ เราจะต้องติดต่อหมอทันที อาจจะต้องทำ CPR เองระหว่างรอความช่วยเหลือจากเจ้าหน้าที่  ป้าจะเล่าให้ฟังตอนหน้านะคะ

ในภาวะเช่นนี้ พ่อแม่ทุกคนย่อมเครียด ตอนนั้นป้าก็เครียด แต่ป้าขอแนะนำให้ใจเย็น ๆ ไม่ต้องรีบ ให้เวลาเขา การหายใจเป็นธรรมชาติของมนุษย์ เขาจะค่อย ๆ เรียนรู้ และหายจากอาการนี้เอง ขอให้ร่วมมือกับคุณหมอและพยาบาลค่ะ ป้าขอเอาใจช่วยทุกท่านที่อยู่ในภาวะนี้ค่ะ