สวน

ฤดูใบไม้ผลิ ทำไมฝนตกแทบทุกวัน

Rain, rain, go away. Come again another day.

April Showers bring May flowers!

เพลงเด็ก ๆ ร้องเล่นกันทั่วไป มีที่มาที่ไปนะคะ

ตลอดหน้าหนาวเราอุดอู้อยู่แต่ในบ้าน เมื่ออากาศเริ่มอบอุ่น ใคร ๆ ก็อยากออกไปเที่ยวเล่น หรือทำกิจกรรมท่ามกลางแสงแดดบ้าง แต่ฤดูนี้ฝนตกบ่อยมาก พรำ ๆ บ้าง ตกหนักบ้าง จะทำอะไรทีต้องคอยดูรายงานอากาศ ทั้งล่วงหน้าและประจำวันเลยค่ะ น่าจะเป็นที่มาของคำว่า rain check (และ raincheck เขียนติดกัน) ไว้มีโอกาสป้าจะเล่าให้ฟังนะคะ

ฝนตกทุกวันดีต่อต้นไม้ดอกไม้ค่ะ แต่ถ้าเรามีโปรแกรมสนุก ๆ หรือฝนตกเมื่อเราไปเที่ยว ต้องเปลี่ยนแผนอยู่บ่อย ๆ แบบนี้ก็ไม่ค่อยสนุกเท่าไหร่

ที่ประเทศอเมริกา ฤดูใบไม้ผลิเป็นฤดูที่ฝนตกชุกที่สุด ไม่ใช่ฝนที่มากับพายุ เช่น เฮอร์ริเคน หรือ ทอร์นาโด แต่เป็นฝนที่เกิดจากความชื้นในอากาศ เมื่อความร้อนและความเย็นในบรรยากาศมาพบกัน ต่างจากฤดูมรสุมที่เมืองไทยค่ะ

ฤดูกาลเกิดจากโลกโคจรรอบดวงอาทิตย์ และแกนของโลกเราเอียง ในช่วงฤดูใบไม้ผลิ ด้านบนของโลกซึ่งหมายถึงส่วนที่อยู่เหนือเส้นศูนย์สูตร ทำมุมเข้าใกล้ดวงอาทิตย์ อากาศร้อนขึ้น ช่วงเดียวกับที่เมืองไทยเริ่มเข้าฤดูร้อนแหละค่ะ น้ำจากพื้นโลกระเหยขึ้นไปอยู่ในอากาศ ทำให้อากาศร้อนและชื้น แต่ส่วนที่ขึ้นไปทางเหนือ เช่นประเทศแคนาดา หรือขั้วโลกเหนือ อากาศยังแห้งและเย็น เมื่ออากาศร้อนชื้นจากทางใต้ กับอากาศแห้งเย็นจากทางเหนือ เคลื่อนมาพบกัน ความชื้นในบรรยากาศก็กลั่นตัวเป็นหยดน้ำ และตกมาเป็นฝน บางครั้งแค่พรำ ๆ ชวนนอน หรือออกไปเดินเล่นก็โรแมนติกดี แต่ถ้ากระแสความเย็นแรงหน่อย จะเกิดพายุฟ้าร้องได้ ชวนนอนไปอีกแบบ

เมื่อเวลาผ่านไป โลกส่วนบนเริ่มอบอุ่นโดยทั่วไป ปรากฎการณ์นี้จะลดลง ฝนชุกน้อยลง จนเริ่มเข้าฤดูร้อน เป็นเช่นนี้วนไป ๆ ทุกปี ใครอยู่ซีกโลกต่ำกว่าเส้นศูนย์สูตร ปรากฎการณ์ก็จะตรงข้ามกัน

จะฝนตกหรือแดดออก เราก็สนุกได้ทุกวันนะคะ ทำวิกฤติเป็นโอกาส เมื่อสมัยลูกป้ายังเล็ก วันฝนตก เราเพาะเมล็ดผักอยู่ในบ้าน ทำขนม ร้องเพลง เล่านิทาน ทำความสะอาดบ้าน (ไว้จะเล่าเรื่อง spring cleaning ให้ฟังนะคะ) พอแดดออกเราค่อยออกไปทำสวนหรือเล่นสนุกกันข้างนอก แต่บางครั้งฝนพรำ เราใส่เสื้อกันฝน รองเท้าบูท ออกไปเล่นกันเปียก ๆ หนาว ๆ สนุกสนาน เลิกเล่นก็เข้าบ้าน ทำตัวให้แห้งและอุ่น เด็ก ๆ เจริญอาหารและหลับง่ายเลยค่ะ