เลี้ยงลูก

รถโรงเรียนและอาหารโรงเรียนยุคโควิด 19

Hope for the best, prepare for the worst.

โรงเรียนจะเปิดวันจันทร์นี้แล้วค่ะ หลังจากปิดมาปีกว่าเพราะการระบาดของไวรัสโควิด 19 (ล็อคดาวน์ มีนาคม 2563)

ตอนนี้เด็ก ๆ กำลังตื่นเต้นเพราะอยู่บ้าน เรียนออนไลน์กันมานานมาก ที่ตื่นเต้นไม่แพ้เด็ก ๆ คงจะเป็นผู้ปกครอง ส่วนป้าเองนั้นตื่นเต้นกึ่งดีใจที่โรงเรียนเปิด กึ่งกังวลกับสารพัดสายพันธุ์ใหม่ ๆ และต้องเผื่อใจด้วยว่าเขาอาจต้องกลับมาเรียนออนไลน์กันทั้งเมืองอีก

เปิดเทอมครั้งนี้มีการเปลี่ยนแปลงหลายอย่างค่ะ…

วัยรุ่นที่บ้านป้าเรียนโรงเรียนรัฐบาล ระบบโรงเรียนเพิ่งออกกฎใหม่ มีผลใช้เดือนตุลาคมนี้ บังคับว่าเจ้าหน้าที่ของโรงเรียนทุกคนจะต้องได้รับวัคซีน หรือมิฉะนั้นจะต้องส่งผลตรวจโควิด 19 เป็นระยะ (มีคนจำนวนมากที่ไม่ยอมฉีดวัคซีน เหตุผลต่าง ๆ นานา บังคับไม่ได้ เนื่องจากเขามีสิทธิตัดสินใจเองตามกฎหมายค่ะ)

โรงเรียนรัฐบาลที่นี่ ไม่ต้องเสียค่าเทอม มีรถโรงเรียนรับส่งฟรี การเปลี่ยนแปลงหลายอย่างที่จะเกิดขึ้นในปีนี้ เขาบอกว่าเป็นการรับมือกับโควิด 19 ได้แก่…

ตารางเดินรถเปลี่ยนแปลง เวลาโรงเรียนเข้าและเลิกเปลี่ยนแปลง และพิเศษกว่าปกติคือ นักเรียนทุกคนสามารถรับประทานอาหารเช้าและกลางวันฟรี ขลุกขลักแน่นอนค่ะ ป้าจะเรียบเรียงให้อ่านกันนะคะ

เปลี่ยนตารางเวลา

เรื่องรถโรงเรียนกับตารางเวลาเรียนค่อนข้างจะเกี่ยวข้องกัน รถโรงเรียนที่นี่เขาใช้วิ่งรับส่งนักเรียนมากกว่าหนึ่งโรงเรียน รถแต่ละคันอาจใช้รับส่งทั้งโรงเรียนประถม (Elementary Schools) มัธยมต้น (Middle Schools) และมัธยมปลาย (High Schools) รวมทั้งรับส่งสำหรับกิจกรรมหลังเลิกเรียน (After School Activities) ดังนั้นเวลาโรงเรียนเข้าตอนเช้า และเลิกตอนบ่ายจะต้องไม่ตรงกัน เพื่อให้สามารถวิ่งรถสลับได้หลายเที่ยวที่สุด

เมื่อเดือนกุมภาพันธ์ เขาประกาศเปลี่ยนแปลงตารางเดินรถโรงเรียน เพราะเตรียมเว้นระยะห่างบุคคล (Social Distancing) โดยรถแต่ละคันจะบริการนักเรียนได้จำนวนคนน้อยลง จึงจะต้องเพิ่มเที่ยววิ่งรถ และต้องเผื่อเวลาทำความสะอาดรถ (Disinfect) ก่อนและหลังการใช้ เมื่อตารางรถเปลี่ยน นักเรียนก็จะมาถึงและออกจากโรงเรียนในเวลาต่างจากเดิม เขาจึงต้องปรับเวลาโรงเรียนเข้าในตอนเช้า และโรงเรียนเลิกในตอนบ่าย ปรับเวลาเรียนแต่ละคาบ และปรับเวลาพักเที่ยง

เมื่อเวลาผ่านไปจนถึงเดือนสิงหาคม เขาประกาศว่าจะไม่มีการเว้นระยะห่างบุคคลบนรถโรงเรียน เพราะทำไม่ได้ (not feasible) แต่เขาก็ไม่ได้เปลี่ยนเวลาโรงเรียนและเวลาเดินรถกลับไปเหมือนปีก่อนค่ะ ตามนั้นค่ะ

ว่าด้วยเรื่องคนขับรถโรงเรียนขาดแคลน

รถโรงเรียนฟรี ขาดแคลนคนขับรถทุกปี แต่ปีนี้การขาดแคลนหนักมาก โรงเรียนจะเปิดวันจันทร์นี้แล้ว ระบบโรงเรียนเพิ่งโพสต์ลง Facebook ว่าหากเป็นไปได้ ขอให้ผู้ปกครองที่บ้านอยู่ละแวกเดียวกัน ช่วย Carpool รับส่งนักเรียน (Carpool คือ การที่กลุ่มคนแบ่งกันใช้รถในการเดินทาง โดยผลัดกันเป็นผู้ขับรถ เพื่อที่จะลดจำนวนยานพาหนะบนถนนค่ะ)

การว่าจ้างพนักงานขับรถโรงเรียนทำเป็นสัญญาจ้างปีต่อปี เขาว่ากันว่า คนขับรถโรงเรียนมักจะเป็นคนแก่ที่เกษียนแล้ว และไม่อยากอยู่บ้านเฉย ๆ หรือแม่บ้านที่มีลูกเล็ก ต้องการรายได้เพิ่ม จะมาขับรถโรงเรียนเพราะสามารถให้ลูกอยู่บนรถด้วยได้

ป้าคิดว่าเนื่องจากสถานการณ์โควิด 19 ซึ่งคนขับรถจะต้องรับส่งเด็กนักเรียนชั้นประถมด้วย และเด็กเหล่านี้อายุไม่ถึง 12 ปี จึงไม่สามารถฉีดวัคซีนได้ ทำให้ไม่มีใครอยากเสี่ยงมาขับรถโรงเรียนรับส่ง อันนี้ป้าคิดเอง  เขาอาจมีเหตุผลอื่นด้วยก็ได้ค่ะ

อย่างไรก็ดี ตอนนี้การขาดแคลนคนขับรถโรงเรียนเป็นปัญหาใหญ่ของหลายรัฐทั่วประเทศสหรัฐอเมริกา ข่าวบอกว่าที่บางรัฐเช่น เดลาแวร์ บางโรงเรียนให้เงินชดเชยแก่ผู้ปกครองที่ขับรถรับส่งนักเรียนเองด้วย

ป้าเองก็อาจต้องขับรถรับส่งลูกเองในปีนี้ค่ะ

อาหารฟรีปีนี้

เมนูอาหารเช้า

เมนูอาหารกลางวัน

การเปลี่ยนแปลงอีกอย่างคือ ปีการศึกษานี้เขาเตรียมอาหารเช้าและอาหารกลางวันให้นักเรียนทุกคน ค่าอาหารนี้สำนักงานอาหารและโภชนาการ (Food and Nutrition Services) ของระบบโรงเรียน ได้รับเงินสนับสนุนจากกระทรวงเกษตร (United States Department of Aggriculture หรือ USDA) ค่ะ ปีนี้เขาได้เงินสนับสนุนมากกว่าปกติ จึงมากพอที่จะจัดอาหารให้นักเรียนได้ทุกคน

อาหารฟรี แต่หลายโรงเรียนขาดแคลนพนักงานในครัว กำลังดำเนินการจ้างกัน ซึ่งไม่น่าจะทันโรงเรียนเปิดเทอม เรามารอดูกันนะคะ

อาหารฟรีตลอดปีที่ผ่านมา

ว่าด้วยเรื่องอาหารฟรี ป้าจะขอเล่าสักนิดนะคะ

โดยปกติแล้ว โรงเรียนทุกระดับจะมีเงินทุนสนับสนุนครอบครัวรายได้ต่ำ ทั้งเกี่ยวกับอุปกรณ์การเรียนและอาหาร (เช้าและกลางวัน)

นักเรียนยากจนบางคนได้รับอุปกรณ์เครื่องเขียน และอื่น ๆ จากโรงเรียน บางคนสามารถซื้ออาหารครึ่งราคา ต่ำกว่าครึ่งราคา หรืออาจได้รับอาหารฟรี ซึ่งทั้งหมดนี้ขึ้นอยู่กับระดับรายได้ของครอบครัวค่ะ

ทุกปี สำนักงานอาหารและโภชนาการของระบบโรงเรียนได้รับเงินสนับสนุนจากกระทรวงเกษตรเพื่อช่วยเหลือทางด้านอาหารแก่ครอบครัวรายได้ต่ำ แต่เมื่อมีการล็อคดาวน์ในเดือนมีนาคม 2563 สำนักงานอาหารและโภชนาการได้รับเงินสนับสนุนเพิ่ม เพื่อให้ระบบโรงเรียนสามารถจัดหาอาหารเช้าและกลางวันให้นักเรียนเพิ่มขึ้น เพราะเขาคาดว่าทุกครอบครัวลำบากมากขึ้น

ในระยะแรกเขาให้เฉพาะนักเรียนที่ครอบครัวรายได้ต่ำเข้าเกณฑ์ โดยให้เข้าไปรับอาหารที่โรงเรียน เมื่อสถานการณ์เริ่มแย่ลง จำนวนผู้ติดเชื้อเพิ่มมากขึ้น รุนแรงขึ้น เขาเปลี่ยนมาจัดอาหารใส่กล่องและจัดจุดแจกอาหารทั่วเมือง โดยรถโรงเรียนจะนำเจ้าหน้าที่ไปแจกอาหารตามจุดและเวลาที่กำหนด และต่อมาเขาก็แจกอาหารเพิ่มขึ้นเรื่อย ๆ การรับอาหารนี้ นักเรียนไม่ต้องมารับอาหารเอง ผู้ปกครองหรือคนดูแลมารับแทนให้ได้

ต่อมา เขาขยายการแจกให้นักเรียนทุกคนในท้องที่ ไม่จำกัดระดับรายได้ รวมไปถึงเยาวชนทุกคนที่อายุต่ำกว่า 18 ปี แม้จะไม่ได้อยู่อาศัยในเขตก็สามารถมารับอาหารได้ ถ้าผู้ใหญ่เป็นคนไปรับอาหารก็เพียงแค่แจ้งเจ้าหน้าที่ว่าที่บ้านมีเด็กกี่คน นอกจากนี้ผู้ใหญ่ก็สามารถซื้ออาหารสำหรับตัวเองได้ในราคา 2 เหรียญ เมื่อโรงเรียนปิดเทอมแล้ว เขาก็ยังคงแจกอาหารมาตลอดค่ะ ทั้งหมดนี้อาจจะแตกต่างกันบ้างในแต่ละเขต เพราะบางโรงเรียนมีนักเรียนบางคนเข้าไปเรียนได้เป็นบางวัน แต่ก็จะไม่ต่างกันมากนักค่ะ

การขาดแคลนเหรียญ

ที่โรงเรียนมีตู้ขายขนมและเครื่องดื่ม (Vending machine) และถ้านักเรียนต้องการซื้ออาหารเองเพิ่มจากที่ได้รับฟรี ก็สามารถทำได้ ปกติแล้วนักเรียนสามารถซื้ออาหารเหล่านี้โดยใช้เงินสด หรือหักจากบัญชีที่ผู้ปกครองใส่เงินเอาไว้ แต่เนื่องจากทั่วประเทศกำลังขาดแคลนเหรียญเงิน เจ้าหน้าที่รับเงินจึงไม่สามารถทอนเงินได้ (เพราะไม่มีเหรียญ) ในปีนี้โรงเรียนจึงขอความร่วมมือ ให้นักเรียนใช้วิธีหักเงินจากบัญชีแทนใช้เงินสดค่ะ ใครทราบบ้างคะ ทำไมถึงเกิดภาวะขาดแคลนเหรียญทั่วประเทศ?

ปีนี้จะทำอย่างไร

เขามีมาตรการมากมาย ทั้งเรื่องใส่หน้ากาก ล้างมือ การทำความสะอาด และการปฎิบัติตัวในสถานการณ์ต่าง ๆ เราก็ต้องสอนลูกหลานของเรา และพยายามรักษาสุขภาพให้ดีที่สุดเท่าที่จะทำได้

ไม่มีใครตอบได้ว่าจะเกิดอะไรขึ้น ฝรั่งเขาบอกว่า Hope for the best, prepare for the worst. เราต้องมีความหวัง และต้องเตรียมตัวไว้ด้วยถ้ามีอะไรผิดคาด ป้าเอาใจช่วยทุกครอบครัว และเอาใจช่วยตัวเองด้วยเช่นกันค่ะ