จิปาถะ

ประสบการณ์ฉีดวัคซีนโควิด-19 ตอนที่ 1

การเตรียมตัวก่อนฉีดวัคซีน

ตอนแรกป้าตั้งใจจะไม่เขียนเรื่องนี้ เพราะเห็นว่ามีกูรูเยอะแล้ว แต่เพื่อน ๆ อยากให้เล่า ป้าก็จะเล่าค่ะ

หมายเหตุ ป้าไม่ใช่หมอนะคะ ใครมีปัญหาหรือสงสัยอะไร ควรปรึกษาแพทย์ ป้าเล่าจากประสบการณ์ของตัวเอง แบ่งเป็นสองตอนคือ 1. การเตรียมตัวก่อนฉีดวัคซีน 2. อาการหลังฉีดวัคซีน

ป้ามีโรคประจำตัวคือ Chronic Lyme Disease พาหะของโรคคือเห็บที่เกาะอยู่ที่กวางหรือ deer ticks  (แถวบ้านป้ามีกวางน้อยน่ารัก อยู่กันเป็นครอบครัว มาให้เห็นแทบทุกวันค่ะ) เป็นโรคจากแบคทีเรีย ไม่ใช่ไวรัส อันนี้ต่างจากโควิดนะคะ โรคนี้มีอาการหลายอย่าง ทำให้ป้าต้องพบหมอเป็นประจำ เป็นแพทย์เฉพาะทางเรียกว่า LLMD (Lyme Literate Medical Doctor) ถ้ามีโอกาสป้าจะเล่าให้ฟังค่ะ

เมื่อฉีดวัคซีน เช่นป้องกันไข้หวัด หรืออื่น ๆ ป้ามักจะเป็นไข้ และอาการของโรคประจำตัวจะกำเริบ คุณหมออธิบายว่า ระบบภูมิคุ้มกันของป้ามีแนวโน้มที่จะต่อต้านสิ่งกระตุ้นมากเกินไป (overreacting)  เนื่องจากการป่วยของป้า มีผลให้ร่างกายอยู่ในโหมดเตรียมตัวต่อสู้กับเชื้อโรคตลอดเวลา ป้าก็จำไว้เท่านี้ และจำไว้ว่าเมื่อจะฉีดวัคซีนครั้งใด ป้าต้องพบคุณหมอก่อน เพื่อเตรียมตัว เช่นปรับยาที่กินอยู่ประจำ หรือปรับอาหาร เพื่อให้เกิดผลข้างเคียงน้อยสุด และคุณหมอจะบอกวิธีปฏิบัติตัวถ้ามีอาการข้างเคียงด้วยค่ะ

ครั้งนี้ก็เช่นกัน ป้าปรึกษาคุณหมอเกี่ยวกับการฉีดวัคซีนโควิด ได้ความว่า คนไข้ “ส่วนมาก” (ไม่มีใครยืนยัน 100% นะคะ) มีอาการไม่สบายหลังจากฉีดวัคซีน ป้าเองก็คงจะไม่สบายเช่นกัน คุณหมอบอกไม่ได้ว่าจะป่วยอาการใดหรือมากเพียงใด แต่คิดว่าป้าจะป่วยไปสามวันหลังจากฉีดวัคซีน เช่นเดียวกับคนไข้คนอื่น

การตัดสินใจจะฉีดหรือไม่อยู่ที่ป้านะคะ คุณหมอไม่สามารถตัดสินใจแทน ป้าชั่งน้ำหนักระหว่าง 1) การป่วยจากโควิด 2) ผลข้างเคียงของวัคซีน 3) อาการโรคประจำตัวกำเริบ แล้วพบว่าข้อ 1) น่ากลัวกว่า 2) ส่วนข้อ 3) ป้าจัดการได้เพราะอยู่ด้วยกันมาหลายปีแล้ว จึงคิดว่าควรจะฉีดวัคซีนค่ะ

ที่นี่มีวัคซีน 3 ชนิดคือ Pfitzer (สองเข็ม), Moderna (สองเข็ม), และ Johnson & Johnson (หนึ่งเข็ม) คุณหมอบอกว่า ฉีดสองเข็มป่วยสองรอบ เข็มเดียวป่วยรอบเดียว ให้เลือกเอง ป้าจึงตัดสินใจว่าจะฉีด J&J เข็มเดียวถ้าเลือกได้

ความจริงแล้ว เราไม่สามารถเลือกวัคซีนได้นะคะ แล้วแต่ว่าเขามีอันไหน ก็ฉีดเราอันนั้น แต่ตอนนัดออนไลน์เราเลือกสถานที่ได้ ป้าจึงเลือกสถานที่ที่มีเพียง J&J ในสต๊อกเท่านั้น เมื่อใกล้วันนัด มีเหตุตามข่าวว่าเกิดการผิดพลาดในโรงงานผลิตวัคซีนที่ Baltimore, Maryland ซึ่งจำหน่ายยามาแถวนี้ ทำให้วัคซีนเสียหายหลายล้านเข็ม จึงขาดตลาดไป และต่อมาเริ่มมีข่าวเกี่ยวกับปัญหาลิ่มเลือดที่เกิดกับผู้ได้รับวัคซีน เขาประกาศหยุดยานี้ชั่วคราว ป้าจึงต้องหันกลับมาที่ชนิดสองเข็ม และนัดฉีดได้ของ Moderna วันที่ 22 เมษายน และ 24 พฤษภาคม 2564

คุณหมอไม่ได้สั่งยาให้ป้า แต่ให้ป้าดูแลตัวเองให้ภูมิต้านทานแข็งแรงที่สุด จะได้พร้อมรับมือกับวัคซีนและให้ผลข้างเคียงน้อยที่สุด โดย

  • กินอาหารที่ดีต่อสุขภาพ
  • ออกกำลังกายสม่ำเสมอ
  • พักผ่อนให้เพียงพอ
  • ระวังความเครียด

และคุณหมอให้ป้ากินวิตามินเสริมต่อไปนี้ติดต่อกัน 5 วันก่อนฉีด และ 3 สัปดาห์หลังฉีดวัคซีน ป้าฉีดสองเข็มก็กินยาวไปค่ะ (ใช้วิจารณญาน ปรึกษาหมอของตัวเองกันนะคะ อันนี้หมอบอกป้า และป้าก็เชื่อหมอของป้าค่ะ)

  • วิตามินซี – ช่วยการทำงานของระบบภูมิคุ้มกัน เป็นสารต้านอนุมูลอิสระ และช่วยในการเจริญเติบโต ซ่อมแซมเนื้อเยื่อ ดูดซึมธาตุเหล็ก รักษาบาดแผล และบำรุงกระดูกและฟัน
  • วิตามินดี-3 – ช่วยเสริมสร้างกระดูก ต้านการอักเสบ ต้านอนุมูลอิสระ ป้องกันระบบประสาท ส่งเสริมสุขภาพภูมิคุ้มกัน ส่งเสริมการทำงานของกล้ามเนื้อและการทำงานของเซลล์สมอง
  • สังกะสี – ช่วยในการทำงานของภูมิคุ้มกัน (ช่วยให้หายหวัดเร็วขึ้น มักพบเป็นส่วนผสมในยาแก้หวัดทั้งแบบลูกอม ชงดื่ม ยาเม็ด และอื่น ๆ)
  • แมกนีเซียม – ช่วยให้ผ่อนคลายและหลับสบาย
  • โอเมก้า 3 – ช่วยลดความดัน ลดไตรกลีเซอไรด์

ป้าพบว่าการกินวิตามินเสริมตามที่คุณหมอบอก มีส่วนช่วยให้ป้ารู้สึกร่างกายแข็งแรง ไม่ค่อยอ่อนเพลียบ่อยเท่าเวลาปกติ รู้สึกคล้าย ๆ นักรบที่พร้อมจะออกรบน่ะค่ะ เมื่อฉีดเข็มแรกไปแล้ว ถึงแม้จะมีอาการไม่สบาย แต่ป้าก็รู้สึกว่า ถ้าไม่ได้กินวิตามินคงจะแย่กว่านี้ ป้าวัดจากความรู้สึก ไม่ได้มีเครื่องมือทางวิทยาศาสตร์พิสูจน์ คนที่เขาฉีดแล้วไม่มีผลข้างเคียงก็มีหลายคน บางคนก็แค่เจ็บแขนค่ะ ตัวเราเท่านั้นต้องรู้ตัวเอง ตอนหน้าป้าจะเล่าว่าฉีดวัคซีนเข็มแรกแล้วเป็นอย่างไรบ้าง เขาว่าฉีดเข็มที่สองอาการรุนแรงกว่าเข็มแรก ป้ายังหวั่น ๆ อยู่ค่ะ