จิปาถะ

นึกอย่างไรถึงได้ไปใช้ชีวิตอยู่เมืองนอก?

ป้าครับ นึกยังไงถึงได้ไปอยู่เมืองนอก?

คำถามนี้มาจากหลานชาย ตอนนี้เป็นคุณหมอแล้ว ป้าหวงนะคะ ขอไม่โชว์รูปหน้าหลาน แต่คอนเฟิร์มว่าสูงหล่อและเก่งค่ะ หลานบอกว่าถ้าป้าเขียนเรื่องทำสวน ทำอาหาร เขาจะไม่อ่าน แต่ถ้าเล่าว่า ทำยังไงถึงได้ไปอยู่เมืองนอก เขาจะสนใจ ป้าก็ยินดีเล่าให้ฟังค่ะ

ป้าจะเริ่มเล่าขั้นตอน ซึ่งวัยรุ่นคงสนใจ แต่จะต่อด้วย Words of Wisdom ที่ป้าคิดว่าวัยรุ่นควรจะสนใจ แต่คงจะไม่เห็นด้วย และป้าจะแนะว่าให้รอดูต่อไป อีกหลายๆ ปีนะคะ

ป้าเรียนหนังสือจบปริญญาตรีที่กรุงเทพ มหาวิทยาลัยของรัฐ ประหยัดค่าเทอมค่ะ จบแล้วป้ามาเรียนหนังสือต่อที่ประเทศสหรัฐอเมริกา เช่นเดียวกับวัยรุ่นที่ต้องการจะเห็นโลก เรียนสาขา Management of Information Systems ซึ่งจัดว่าทันสมัยขณะนั้น เผอิญมีการบ้านชิ้นนึงที่อาจารย์ประทับใจ จนเอามาเล่าในห้อง หลังเลิกเรียนเพื่อนๆในห้องมาของานชิ้นนั้นไป Xerox (ไม่ทราบว่าสมัยนี้ยังใช้คำนี้กันอีกหรือเปล่า) แต่มีเพื่อนคนนึงประทับใจจนมาชวนไปทำงานกับเขา ไปมั้ยคะ? ไปซิคะ 555

ป้าจึงได้เริ่มทำงานพารต์ไทม์ และยังต้องเรียนหนังสือฟุลไทม์ เพราะคิดเสมอว่าหน้าที่หลักคือเรียนหนังสือให้จบ เหนื่อยแน่นอนค่ะ! ชีวิตมีแค่ออฟฟิศกับมหาวิทยาลัยเท่านั้น!!!

การทำงานทำให้เราได้สตางค์ใช้ และป้าภูมิใจมากกับงานที่ใช้ความรู้ความสามารถ ไม่เคยต้องไปทำงานแบบเลี่ยงกฎหมาย เพราะเขามีทนายจัดการเอกสารให้ทุกอย่าง

งานของป้าสนุกค่ะ ทำกันเป็นทีม เป็นโปรเจค ใหญ่บ้างเล็กบ้างปน ๆ กันไป เนื่องจากอยู่ชานกรุงวอชิงตัน ดีซี ลูกค้าส่วนมากจึงเป็นหน่วยงานรัฐบาลและทหารเหล่าต่าง ๆ ป้าทำงานกับคนในเครื่องแบบทุกวัน เข้าออกค่ายทหารเป็นประจำ แทบจะมโนว่าเป็นนางเอกหนังเจมส์ บอนด์อยู่บ่อย ๆ

ทำงานและเรียนไปด้วยจนกระทั่งเรียนจบ เพราะงานสนุกป้าจึงยังไม่คิดจะกลับเมืองไทย แต่ไม่ได้นึกจะย้ายถิ่นฐานเลย พอเรียนจบ เป็น working woman in the city จึงเริ่มมีเวลาเฮฮากับเพื่อน รู้ตัวอีกทีก็ผ่านมาเกือบสามสิบปีแล้วค่ะ

และนี่คือที่ป้าขอตอบคำถามของหลานชาย

ส่วนที่ป้าอยากจะเสริมคือ เมื่อเราทำอะไร ขอให้ทำจริงจัง ทำอย่างตั้งใจ ไม่มีอะไรได้มาง่าย ๆ ฟรี ๆ หรอกค่ะ บางครั้งโอกาสยังไม่ใช่ของเรา ป้าพบว่าโอกาสจะมาเมื่อเราไม่นึกฝันเสมอ ถ้าเราทำหน้าที่ของเราให้ดี เราจะพร้อมทันทีที่โอกาสมาถึง ไม่เชื่อไม่เป็นไรแต่รอดูกันต่อไปนะคะ