จิปาถะ

นมไข่หิมะ แฮ็กเกอร์น้ำมัน เกี่ยวกันอย่างไร?

วันนี้น้ำมันขาดตลาด

ที่เมืองนี้เขาว่ากันว่า เมื่อหิมะตก ไก่จะหยุดออกไข่ วัวจะหยุดให้น้ำนม และป้าขอแถมว่าผลส้มจะขาดน้ำ เช่นเดียวกับที่กระดาษชำระห้องน้ำขาดตลาดเมื่อพายุเข้า และเมื่อต้นวิกฤติโควิด-19

เห็นภาพมั้ยคะ

การซื้อเพราะตกใจ (Panic Buying) เป็นเรื่องจริง

บ้านป้าอยู่ชานเมืองวอชิงตัน ดีซี เป็นถิ่นที่มีหิมะตกทุกปี มากบ้างน้อยบ้าง แต่เราก็ไม่ได้คุ้นเคยกับมันเหมือนในรัฐหรือประเทศที่มีหิมะหนามาก และในขณะเดียวกัน บ้านป้าก็มีพายุฤดูร้อน ฝนตก ลูกเห็บลง อยู่บ่อย ๆ แต่เราก็ไม่คุ้นกับพายุเหล่านี้เหมือนรัฐทางใต้ เช่น ฟลอริด้า หรือหมู่เกาะในทะเลคาริเบียน

เพราะเหตุนี้ เมื่อใดที่มีพยากรณ์อากาศว่าจะมีหิมะตก แทบทุกครอบครัวจะตื่นเต้น รีบไปซื้อ ไข่ นม และน้ำส้ม ทำให้ชั้นวางสินค้าเหล่านี้ หมดเกลี้ยงแทบจะทุกครั้ง ถ้าใครถามว่าแล้วป้าไปซื้อกับเขาด้วยมั้ย? ไปค่ะ สมัยยังทำงาน ไม่มีลูก ไม่เคยไปทัน ไปทีไรก็เจอแต่ชั้นว่าง ๆ เพราะของหมดแล้ว แต่พอมีลูก เป็นแม่บ้าน ฉันก็ทำหน้าที่เต็มที่ ไปกว้านซื้อทันทีได้ทุกครั้งค่ะ

ทำนองเดียวกัน ในฤดูอื่น เมื่อมีพยากรณ์ว่าจะเกิดพายุ แทบทุกครอบครัวจะไปกว้านซื้อกระดาษชำระกันถ้วนหน้า เมื่อปีที่แล้ว ช่วงที่เริ่มมีประกาศให้อยู่บ้านเพราะโควิด-19 กระดาษชำระก็ขาดตลาดทันที เป็นเวลาหลายเดือนเลยค่ะ จนเมื่อสินค้าเริ่มมีวางจำหน่าย เขาก็จำกัดจำนวนการซื้อ เพื่อไม่ให้มีการกักตุนค่ะ

แฮ็กเกอร์และท่อน้ำมัน

มีข่าวออกมาอาทิตย์ที่แล้วว่า แฮ็กเกอร์เข้าโจมตีระบบคอมพิวเตอร์ซึ่งควบคุมท่อส่งน้ำมันของบริษัท Colonial Pipeline โดยใช้แรนซัมแวร์ (Ransomeware) บริษัทนี้มีท่อส่งน้ำมันใหญ่ สำหรับส่งผลิตภัณฑ์ปิโตรเลียมจากรัฐเท็กซัสถึงนิวเจอร์ซี เป็นท่อน้ำมันหลักของของทางฝั่งตะวันออกและทางใต้ของประเทศอเมริกา

ป้าขออธิบายศัพท์นิดนึงนะคะ 🙂

แรนซัมแวร์ เป็นมัลแวร์ (Malware) ประเภทหนึ่งที่แฮ็กเกอร์ใช้เพื่อแย่งชิงข้อมูลคอมพิวเตอร์ของบริษัท และจับไว้เป็นตัวประกันจนกว่าจะมีการจ่ายค่าไถ่

มัลแวร์ คือซอฟต์แวร์ทั้งหลายทั้งปวง ที่อาชญากรพัฒนาขึ้นมาเพื่อทำร้ายหรือหาประโยชน์จากระบบคอมพิวเตอร์และ/หรือเน็ตเวอร์กของเหยื่อ

บริษัททราบเหตุการณ์นี้ในวันศุกร์ที่ 7 พ.ค. จึงได้หยุดการทำงานของท่อส่งน้ำมัน เพื่อป้องกันไม่ให้แรนซัมแวร์ลุกลาม ข่าวบอกว่า ภายในไม่กี่ชั่วโมง บริษัทได้จ่ายค่าไถ่เกือบ 5 ล้านเหรียญสหรัฐ โดยใช้เงินตราเข้ารหัสหรือคริปโตเคอเรนซี (cryptocurrency) เพื่อแลกกับรหัสที่จะนำมากู้ระบบ ขณะเดียวกันภายในบริษัทก็มีการกู้ระบบกันเองด้วย

เมื่อวันจันทร์ที่ 11 พ.ค. เอฟบีไอรายงานว่าการโจมตีระบบคอมพิวเตอร์ครั้งนี้เป็นฝีมือของกลุ่ม Darkside ซึ่งกลุ่มที่พัฒนาแรนซัมแวร์เพื่อขายให้กลุ่มแฮ็กเกอร์อื่น ๆ (Darkside นี้เคยประกาศไว้นะคะ ว่ากำลังสร้างศูนย์ข้อมูลที่ประเทศอิหร่าน)

เมื่อมีข่าวออกมาเช่นนี้  ประชาชนจำนวนมากที่อาศัยอยู่ในรัฐที่ใช้น้ำมันจากท่อส่งเส้นนี้ ต่างรีบไปซื้อน้ำมันมาตุนไว้เป็นการใหญ่ ใครมีรถขับก็เอารถไปเติมน้ำมัน บางคนทั้งนำถังไปซื้อน้ำมันมาตุนไว้ด้วย เข้าคิวกันแถวยาว รถติดกันทั้งเมืองตั้งแต่ปั๊มน้ำมัน ยาวไปจนถึงไฮเวย์เชียวค่ะ

เมื่อเกิดอุปสงค์ขึ้นพร้อมกันเช่นนี้ อุปทานจึงมีไม่พอ ทำให้ราคาน้ำมันสูงขึ้นถึงแกลลอนละมากกว่า 3 เหรียญสหรัฐ (ซึ่งไม่เคยแพงขนาดนี้มานานแล้ว ตั้งแต่ราวปี 2014) และน้ำมันขาดตลาดทันที

ถึงแม้ทางการจะมีประกาศว่ายังมีน้ำมันใช้เพียงพอในประเทศ และบริษัทบอกว่าระบบส่งน้ำมันจะใช้ได้ตามปกติในเร็ววัน แต่ทุกคนก็แห่ไปซื้อมาตุนไว้พร้อมกัน ทำให้ตอนนี้ (บ่ายวันที่ 13 พ.ค.) หลายรัฐชายฝั่งตะวันออกของประเทศอเมริกาแทบไม่มีน้ำมันขายแล้วค่ะ อย่างน้อยสี่รัฐจึงประกาศภาวะฉุกเฉิน ได้แก่ เวอร์จิเนีย นอร์ทแคโรไลนา จอร์เจีย และฟลอริดา

รอดูกันนะคะ เมื่อไหร่จะมีน้ำมันขายเหมือนเดิม

แม้แต่โรงเรียนก็โดนแฮ็กเกอร์โจมตี

เมื่อเร็ว ๆ นี้ ระบบของโรงเรียนรัฐบาลทั้งเขตแถวนี้ อันประกอบด้วยโรงเรียนประถมและมัธยม 198 แห่ง ถูกแฮ้กเกอร์โจมตี และนำข้อมูลของนักเรียน ผู้ปกครอง และครู ไปเรียกค่าไถ่ ใครอยากให้ป้าเล่าเรื่องนี้ เขียนไว้ในเม้นได้ค่ะ

ที่มา

Bloomberg. Turton, Riley, and Jacobs. Colonial Pipeline Paid Hackers Nearly $5 Million in Ransom. May 13, 2021.  https://www.bloomberg.com/news/articles/2021-05-13/colonial-pipeline-paid-hackers-nearly-5-million-in-ransom